วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

วิทยานิพนธ์ สำหรับนิสิตภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ 2550

วิทยานิพนธ์
สำหรับ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ
ระดับปริญญาเอก และ ปริญญาโท
บางส่วน สำหรับปริญญาตรี
ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีดังนี้

กลุ่มงาน Photogrammetry , Mapping from Space
และ Image Processing and Analysis
------------------------------------------------------------
1) การพัฒนา Processing Software สำหรับการผลิต Orthophoto
การพัฒนาซอฟต์แวร์ประมวลสำหรับภาพดาวเทียมรายละเอียดสูง THEOS
keyword: Ortho rectification
Software: OSSIM, Orfeo

2) การพัฒนา Sensor Model ของกล้อง Digital Camera
keyworkd: Lens Distortion, Precise 3-D Mensuration,
Calibration of Metric Digital Camera
Software: DLR Calde, DLR Callab

3) อัลการิธึมผลิตผลสูง (high-througput) สำหรับการประมวลผล Lidar เพื่อ
สร้างแบบจำลองระดับ (DEM) และเส้นชั้นความสูง
keyword: LIDAR, DEM, contour, streaming Delaunay,
visualization
software: UNC lastools


โดยทั่วๆไป นิสิตที่จะทำวิทยานิพนธ์เหล่านี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานหรือ
คุ้นเคยกับภาษาที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา และวิจัย
ภาษาเหล่านี้ได้แก่
programming language: C,C++,C#
4-GL math tools : Octave (Mathlab), Python
web programming : HTML, javascript
RDBMS: MySQL, PostgreSQL/PostGIS

จึงใครเชิญชวนให้นิสิตภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ ศึกษาหัวข้อ
เหล่านี้ดู หากสนใจสามารถหารือกับผมได้ทันที

ขอให้สนุกครับ!

วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

วิทยานิพนธ์ 2550 สำหรับนิสิตภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ

วิทยานิพนธ์
สำหรับ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ
ระดับปริญญาเอก และ ปริญญาโท
บางส่วน สำหรับปริญญาตรี
ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีดังนี้

กลุ่มวิจัย Web-based Geoinformatics และ Open-source GIS

1) Web Map Services and standardization
Web Map Ontology
Free/Libre and Open Source Software for Geoinformatics
Keyworkds: ISO WMS, OGC Web Map Service,
Web Feature Service (WFS), Filter Encoding (FE)
Catalogues Service for Web (CS-W),
Web Portrayal Service, Web Processing Service (WPS)

2) การพัฒนาระบบ Disaster Management System,
การพัฒนาระบบใหรองรับท้องถิ่น (localization)
keyword: exchange standard, openCARE
Software: sahana,
Llink: OpenCARE

3) Loss Estimation from Tsunami and Earthquake using
a Loss Estimation program
keyword: Loss estimation, FEMA, HAZUS-MH, Inundation Dept,
Fagility Curve, Building Inventory

4) Geocoding, Geocoding development, Geocoding API
keywork: address-based geocoding, area-based geocoding, US National Grid (USNG)

โดยทั่วๆไป นิสิตที่จะทำวิทยานิพนธ์เหล่านี้ ต้องมีความรู้พื้นฐานหรือ
คุ้นเคยกับภาษาที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา และวิจัย
ภาษาเหล่านี้ได้แก่
programming language: C,C++,C#
4-GL math tools : Octave (Mathlab), Python
web programming : HTML, javascript
RDBMS: MySQL, PostgreSQL/PostGIS

จึงใครเชิญชวนให้นิสิตภาควิชาวิศวกรรมสำรวจ ศึกษาหัวข้อ
เหล่านี้ดู หากสนใจสามารถหารือกับผมได้ทันที

ขอให้สนุกครับ!

วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

การแปลงค่าพิกัดเพื่อเปลี่ยนพื้นหลักฐานโดยใข้ cs2cs

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ในชุดซอฟต์แวร์ fwtools มีซอฟต์แวร์โมดูลที่น่าสนใจมากอยู่ 2 โมดูลที่เป็นประโยชน์ในการแปลงค่าพิกัดตามรูปแบบเส้นโครงแผนที่ และการแปลงพิกัดเพื่อเปลี่ยนพื้นหลักฐาน
การแปลงพิกัดเพื่อเปลี่ยนพื้นหลักฐาน จะต้องระบุค่าพารามิเตอร์ที่ใช้ในการแปลง (Transformation) ค่าพิกัดจากพื้นหลักฐาน WGS 84 (World Geodetic System 1984) ไปเป็นพื้นหลักฐาน อินเดียน พ.ศ. 2518 หรือ Indian Datum 1975 ที่ใช้พารามิเตอร์จากรูปทรงรี Everest 1969 ตามประกาศของกรมแผนที่ทหาร คือ ΔX=206 เมตร, ΔY=837 เมตร,ΔZ=295 เมตร

การแปลงพิกัดจากพื้นหลักฐาน WGS84 ไปเป็นพิกัดบนพื้นหลักฐาน อินเดียน พ.ศ. 2518
C:\Program Files\FWTools1.3.2>cs2cs +proj=latlong +ellps=WGS84 +towgs84=-206,-837,-295 +to +proj=latlong +ellps=evrst69 -v
# ---- From Coordinate System ----
#Lat/long (Geodetic)
#
# +proj=latlong +ellps=WGS84 +towgs84=-206,-837,-295
# ---- To Coordinate System ----
#Lat/long (Geodetic)
#
# +proj=latlong +ellps=evrst69
99.0 14.0
99d0'11.145"E 13d59'54.142"N -11.607


กลับกันหากต้องการแปลง การแปลงพิกัดจากพื้นหลักฐานอินเดียน พ.ศ. 2518 ไปเป็นพิกัดบนพื้นหลักฐาน WGS84 ทำได้ดังนี้
C:\Program Files\FWTools1.3.2>cs2cs +proj=latlong +ellps=evrst69 +towgs84=-206
,-837,-295 +to +proj=latlong +ellps=WGS84 -v
# ---- From Coordinate System ----
#Lat/long (Geodetic)
#
# +proj=latlong +ellps=evrst69 +towgs84=-206,-837,-295
# ---- To Coordinate System ----
#Lat/long (Geodetic)
#
# +proj=latlong +ellps=WGS84
99.0 14.0
99d0'11.146"E 13d59'59.738"N -1672.848

การแปลงค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (อีกแล้ว)

ในชุดซอฟต์แวร์ fwtools มีซอฟต์แวร์โมดูลที่น่าสนใจมากอยู่ 2 โมดูลที่เป็นประโยชน์ในการแปลงค่าพิกัดตามรูปแบบเส้นโครงแผนที่ และการแปลงพิกัดเพื่อเปลี่ยนพื้นหลักฐาน

กรณีต้องการแปลงค่าพิกัดภูมิศาสตร์ บนพื้นหลักฐาน WGS84 ให้เป็นระบบพิกัดยูทีเอ็ม (universal transverse mercator :UTM) สำหรับโซน 47 หรือ 48 ตามลำดับในตัวอย่างนี้
C:\Program Files\FWTools1.3.2>proj +proj=utm +zone=47 -v
#Universal Transverse Mercator (UTM)
# Cyl, Sph
# zone= south
# +proj=utm +zone=48 +ellps=WGS84
99.0 14.0
500000.00 1547726.31

C:\Program Files\FWTools1.3.2>proj +proj=utm +zone=48 -v
105 16
500000.00 1768935.38

กรณีมีค่าพิกัดภูมิศาสตร์แล้วต้องการทราบสเกลแฟคเตอร์ (scale factor) การบิดเบี้ยว (distortion) ของเส้นโครงแผนที่ ให้ใช้ตัวเลือก –S จะแสดงผลลัพธ์ h, k, s, omega, a, b
C:\Program Files\FWTools1.3.2>proj +proj=utm +zone=47 -v -S
#Universal Transverse Mercator (UTM)
# Cyl, Sph
# zone= south
# +proj=utm +zone=47 +ellps=WGS84
99 0
500000.00 0.00 <0.9996 0.9996 0.9992 0 0.9996 0.9996>
101 14
716020.56 1548638.69 <1.00018 1.00018 1.00035 1.70724e-006 1.00018 1.
00018>

ข้อมูลถนนอย่างละเอียด

เรามีข้อมูลถนนอย่างละเอียดทั่วประเทศหรือบางส่วน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ข้อมูลถนนเหล่านี้อยู่ในรูปแบบ Map Services ให้เรา้เลือกใช้ เรียกดูได้โดยสดวก และหากมีความต้องการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์บนพื้นฐานข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถเลือก integrate ได้
ข้อมูลถนนเหล่านี้มีให้เลือกใช้หลายแหล่ง ที่น่าสนใจได้แก่
1) Google Maps มีเฉพาะภาษาไทย
2) Moffle ภาษาอังกฤษ
3) Multimap ภาษาอังกฤษ
4) Longdo ภาษาไทยและอังกฤษ

วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

การผสมผสาน Google Maps กับ OGC Web Map Services

สัปดาห์ที่ผ่าน ได้มีโอกาสทดสอบ การผสมผสาน Google Maps กับ OGC
Web Map Services ร่วมกับนิสิตปริญญาเอก คุณชัยภัทร เนื่องคำมา (pk) เราพบว่าประสิทธิภาพของการการผสมสานทำให้เกิดแนวคิดใหม่มากมาย
ในการพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศในรุ่นต่อๆไป นอกจากนี้เรายังพบว่า
Google Maps API มีประสิทธิภาพมากๆ แม้การนำมาใช้เป็น viewer สำหรับ
OGC Web Service (OWS) interface เพียงอย่างเดี่ยว ก็ให้ผลที่น่าประทับใจมาก
ลองดูที่นี้ได้เลยครับ